
จากผลการศึกษาตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงเดือนมกราคม-สิงหาคม 2565 พบว่าเปิดดำเนินการเปิดดำเนินการอสังหาริมทรัพย์ใหม่รวม 67,683 แห่ง เพิ่มขึ้น 127% จากช่วงเดียวกันของปี 2564 .
มูลค่าทรัพย์สินรวม 258 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
จำนวนยูนิตที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้น 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เปิดขายแล้ว 170 โครงการ รวม 29,752 ยูนิต มูลค่ารวม 164 พันล้านบาท
จำนวนทาวน์เฮาส์ในช่วงราคา 2-3 ล้านบาท สูงที่สุด อัตราขายเฉลี่ย 9% เปิดตัวทุกเขตทั่วกรุงเทพฯ เช่น รังสิต บางบัวทอง เป็นต้น
สำหรับแบบดูเพล็กซ์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือช่วงราคา 3-6 ล้านบาท โดยมีอัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ 11%
ราคาพื้นฐานของบ้านส่วนตัวเริ่มสูงขึ้น ที่นิยมมากที่สุดคือบ้านในกลุ่มราคา 6-10 ล้านบาท โดยมีระดับยอดขายเฉลี่ย 12%
ในบรรดาโครงการระดับพรีเมียมมีขายใหม่ 41 โครงการ มูลค่ารวม 58 พันล้านบาท บ้านยอดนิยมราคา 10-30 ล้านบาท และกว่า 50 ล้านบาท นี่คือกลุ่มที่กำลังได้รับความนิยมและมีอัตราการขายเฉลี่ย 20%
อย่างไรก็ตาม แนวโน้มเศรษฐกิจไทยตั้งแต่ครึ่งปีหลังได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลายประการ เช่น ผลกระทบของราคาพลังงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเดือนส.ค.เพิ่มขึ้นเป็น 7.86% แตะระดับสูงสุดในรอบ 13 ปี โดยรวม อัตราเงินเฟ้อในช่วงแปดเดือนแรกของปี 2565 อยู่ที่ 6.14% ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์