จะมีการปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้าหรือไม่

จะมีการปรับขึ้นอัตราค่าไฟฟ้าหรือไม่

หอการค้าไทยและสภาการพาณิชย์เรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจ โรงแรม และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ที่ต้องใช้ไฟฟ้าในระดับที่สูงขึ้น

การขอทบทวนการคำนวณอัตราค่าไฟฟ้าภาคพาณิชยกรรมได้ยื่นขอหลังจากได้รับอนุมัติอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2566 พระราชกฤษฎีกาใหม่กำหนดอัตราค่าไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัย 4.72 บาทต่อหน่วย ส่วนประเภทอื่นๆ เช่น โรงงาน โรงแรม ปรับเป็น 5.69 บาทต่อหน่วย

ระหว่างที่นายกรัฐมนตรีเยี่ยมชมหอการค้าจะมีการหารือถึงมาตรการการดูแลและช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วไปและสถาบันการค้า

ส่วนประเด็นการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์นั้นจะไม่ขยายมาตรการช่วยเหลือแม้สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรจะร้องขอก็ตาม ผลประโยชน์จำนองจะหมดอายุในวันที่ 31 ธันวาคมของปีนี้ การยกเว้นลดค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนทรัพย์สินและลดดอกเบี้ยจำนองเหลือ 0.01%

โดยเบื้องต้นคิดว่าจะขยายมาตราเดิมออกไปอีก 1 ปี แทนที่จะเป็นไปตามที่สมาคมฯ เรียกร้อง ลดค่าโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ต่อไปอีก 1 ปี และขยายเพดานราคาบ้านจาก 3 ล้านบาท เป็น 3-5 ล้านบาท หรือลดราคาก้อนแรก 3 ล้านบาท เพราะชัดเจนว่ากลุ่ม 3 ล้านบาทคือกลุ่มเดียวกันและน่าจะขายไปเยอะแล้ว หากราคาเพิ่มขึ้นจะสร้างกำลังซื้อใหม่และกระตุ้นตลาด

ตั้งแต่ปี 2566 การจำนองจะอยู่ที่อย่างน้อย 1% ซึ่งเป็นภาระใหญ่สำหรับผู้ซื้อบ้าน เนื่องจากในปีหน้าราคาที่ดินประเมินใหม่จะปรับขึ้นประมาณ 8-10% ซึ่งจะกระทบทั้งค่าจดทะเบียนทรัพย์สินและภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่จัดเก็บในอัตรา 15% ทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น สำหรับผู้ซื้อบ้าน

ขณะที่สมาคมการค้าอสังหาริมทรัพย์กลุ่มธุรกิจการออกแบบและก่อสร้าง หอการค้าไทย เชื่อว่ามาตรการที่ออกมาในภาคอสังหาริมทรัพย์ถือว่าไม่เพียงพอต่อการกระตุ้นตลาด บังคับลูกบ้านใช้จ่ายมากกว่ามาตรการเดิม จึงยังไม่มีปัจจัยบวกต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีหน้า มีแต่ปัจจัยลบ ได้แก่ ดอกเบี้ยขาขึ้น เงินเฟ้อ หนี้ครัวเรือน นักพัฒนาจะถูกบังคับให้จัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นให้ผู้ซื้อซื้อบ้าน

แชร์
สมัครรับจดหมายข่าว
สมัครรับข่าวสาร