
ในเดือนพฤศจิกายน 2565 พบว่าจำนวนโครงการอสังหาริมทรัพย์เปิดใหม่กลับไปสู่ระดับก่อนเกิดโรคระบาดแล้ว
อุปทานของโครงการใหม่ทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และมีจำนวน 11,880 ยูนิต
ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 มีการเปิดตัวประมาณ 10,000 ยูนิตต่อเดือน ซึ่งเป็นตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ค่อนข้างคึกคัก ตัวเลขเหล่านี้สอดคล้องกับจุดสูงสุดของตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2561 ก่อนการเปิดตัวก่อนการระบาดของ COVID-19
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ตลาดให้ความสนใจโครงการคอนโดมิเนียมมากขึ้น ค่าก่อสร้างคอนโดมิเนียมใหม่เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว
ราคาเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้นเป็น 5 ล้านบาท จาก 4.4 ล้านบาทในเดือนที่แล้ว ในการเชื่อมต่อกับการเปิดตัวโครงการใหม่ในกลุ่มชนชั้นสูงจำนวนที่เพิ่มขึ้น
อุปทานโครงการใหม่ทั้งหมดในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 77% ของอุปทานทั้งปี โดยโครงการแนวราบเพิ่มขึ้น 41% และคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 128%
เนื่องจากอุปทานจากโครงการเปิดใหม่มีมากกว่ายูนิตที่ขายใหม่ เป็นผลให้อัตราการตอบรับยังคงต่ำที่ 25.8% เทียบกับ 27.6% ในปีที่แล้ว
โดยพบว่าอัตราการยึดทรัพย์สินรอการขายของโครงการแนวราบมีแนวโน้มชะลอตัวลง ในขณะที่ อัตราการยึดทรัพย์สินคอนโดมิเนียมเร่งตัวขึ้น
อัตรารับซื้ออสังหาริมทรัพย์ระดับล่าง (ราคายูนิต < 3 ล้านบาท) ทรงตัวที่ประมาณ 30% ในขณะที่อัตราการรับซื้อคืนโครงการระดับพรีเมียม (ราคายูนิต 3-10 ล้านบาท) และโครงการระดับลักชัวรี่ (ราคายูนิต >10 ล้านบาท) ลดลง 25% และ 19% ตามลำดับ