
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) รายงานว่าภาคอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเผชิญกับปัจจัยบวกและลบในปี 2565
ปัจจัยบวกในปี 2565 ได้แก่
- การมีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ (ลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองเหลือ 0.01% รวมถึงการขยายไปสู่บ้านมือสองด้วย)
- การผ่อนคลายมาตรการผ่อนปรน LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะช่วยให้มีการซื้อบ้านสัญญาที่ สอง และ สาม เพื่ออยู่อาศัยและเพื่อการลงทุนมีเพิ่มมากขึ้น
- สภาพคล่องของธนาคารมีมากพอสำหรับสินเชื่อปล่อยใหม่
- ผู้ประกอบการยังคงมีการทำโปรโมชั่นลดราคาขายและให้ของแถมต่างๆ
ปัจจัยลบหรือความเสี่ยงที่ต้องติดตาม ได้แก่
- อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มจะปรับขึ้น
- การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์ “โอมิครอน”
- ภาวะหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับที่สูงถึง 90% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
- การมีรายได้ของประชาชนที่อาจจะมีการฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดไว้
- ภาวการณ์เพิ่มขึ้นของหนี้เสีย (NPL) ของสถาบันการเงิน
- ต้นทุนค่าก่อสร้างแพงขึ้น เนื่องจากราคาวัสดุก่อสร้างสูงขึ้น
- ภาวะเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวดีจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศ
จากการประเมินสถานการณ์โดยรวม คาดว่าโครงการใหม่จะเปิดตัวในปี 2565 มากกว่าปี 2564 และจะมีโครงการแนวราบมากกว่าคอนโดมิเนียม สืบเนื่องจากความต้องการใช้ของประชากรเพิ่มขึ้น ในขณะที่ตลาดคอนโดมิเนียมจะค่อยๆ ฟื้นตัว และราคาที่ดินที่สูงขึ้นทำให้ผู้ประกอบการต้องสร้างคอนโดมิเนียมให้เหมาะสมกับกำลังซื้อ นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชั่นและส่วนลดเพื่อจูงใจผู้ซื้อ ปัจจุบันชาวต่างชาติไม่ใช่ฐานลูกค้าหลักของคอนโดมิเนียม ลูกค้าหลักจะเป็นคนไทยจากกลุ่มรุ่น Y และ Z