
สำนักคิดวิจัยกรุงศรีกล่าวว่าอัตราเงินเฟ้อแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.28% ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 13 ปี ในเดือนมกราคม ตัวเลขอยู่ที่ 3.23% สาเหตุหลักมาจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น เช่น ไฟฟ้าและน้ำมัน
การเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานเป็นผลมาจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อ รัฐบาลไทยกำลังออกมาตรการพิเศษเพื่อควบคุมภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ซึ่งจะคงราคาไว้ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม ราคาอาหารปรุงสำเร็จรูปก็เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
นอกจากนี้ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โดยในประเทศไทยจำนวนผู้ป่วย Omicron สายพันธุ์ใหม่เกิน 20,000 คนต่อวัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวภายในประเทศและบ่อนทำลายฐานะที่ล่อแหลมอยู่แล้วของภาคการท่องเที่ยว
ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ได้มีการตัดสินใจอนุมัติการลงนามในข้อตกลงฟองอากาศไทย-อินเดีย ซึ่งจะนำไปสู่การคืนเที่ยวบินพาณิชย์ระหว่างประเทศภายในเดือนมีนาคม ซึ่งถูกระงับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2563 เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19
ก่อนเกิดวิกฤต COVID-19 นักท่องเที่ยวอินเดียประมาณ 2 ล้านคนเดินทางมาประเทศไทยต่อปี หรือ 5% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2564 ถึงมกราคม 2565 นักท่องเที่ยวอินเดีย 7,671 คน (หรือ 1.6% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด) มาถึงประเทศ หลังจากการลงนามในข้อตกลง คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากอินเดียหลั่งไหลเข้ามา และจะดำเนินมาตรการเพื่อส่งเสริมให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศ
ในเดือนมกราคมของปีนี้ นักท่องเที่ยวเดินทางมาจากรัสเซียมากที่สุดคือ 23,761 คน (17.7% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด) เทียบกับ 1.5 ล้านคนต่อเดือน (3.7%) ในช่วงก่อนเกิดวิกฤต
แต่วิกฤตการณ์ระหว่างประเทศและการคว่ำบาตรต่อรัสเซียจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศและนำไปสู่การลดจำนวนนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย