
คุณประพันธ์ศักดิ์ รักไชยวาน กรรมการผู้จัดการ ลุมพินี วิสดอม บริษัทวิจัยและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในเครือ LPN Group กล่าวถึงความท้าทายของอัตราค่าแรงดันค่าส่วนกลางในยุคหลังโควิด
โดยทั่วไปอัตราค่าสำหรับที่อยู่อาศัยต่ำกว่า 5 ล้านบาทโดยทั่วไปจะคงที่ ซึ่งเป็นผลมาจากการแข่งขันที่รุนแรงเนื่องจากเป็นตลาดที่มีกลุ่มมวลชน
ส่วนที่น่าจับตามองคือโครงการที่อยู่อาศัยราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป มีแนวโน้มการสะสมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 20% เมื่อเทียบกับยุคก่อนโควิด เนื่องจากเป็นกลุ่มราคาที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อสูง นอกจากนี้การออกแบบและขนาดของห้องก็มีราคาแพง เป็นผลให้ผู้พัฒนาและบริษัทจัดการกำลังลดค่าธรรมเนียมสาธารณูปโภคเพื่อรักษาลูกค้า
ผลสำรวจของ LPN Wisdom พบว่าค่าแรงดันค่าส่วนกลางเฉลี่ยในคอนโดมิเนียมตั้งแต่ 1 ล้านบาทต่อยูนิตถึงไม่เกิน 5 ล้านบาทมีแนวโน้มลดลง
เทียบกับยุคโควิด ปี 2563-2564 ค่าสาธารณูปโภคอยู่ที่ 34-58 บาท/ตรม. หลังยุคโควิดปี 2565-2566 ลดลง 5-6% เหลือ 32-55 บาท/ตร.ม.
ในขณะที่ห้องชุดราคา 5 ล้านบาทขึ้นไป ค่าสาธารณูปโภคอยู่ที่ 71–92 บาทต่อตารางเมตรในช่วงยุคโควิด ล่าสุดหลังยุคโควิดโครงการใหม่ที่สร้างเสร็จในปี 2565-2566 ต้องเสียค่าส่วนกลางเพิ่มขึ้น 18-20% เฉลี่ย 84-110 บาทต่อตร.ม.
ในขณะที่อัตราเฉลี่ยโดยรวมบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮาส์ (มูลค่าไม่เกิน 10 ล้านบาท) ในช่วงยุคโควิดอยู่ที่ 30-40 บาท/ตรม. (คำนวณตามขนาดที่ดิน) ล่าสุดยุคหลังโควิดปรับลดเพดานเหลือ 28-36 บาท/ตร.ว. หรือลดลง 6-10%
เช่นเดียวกับคฤหาสน์หรูมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ค่าธรรมเนียม 81 บาท/ตร.ม.ในยุคโควิด ล่าสุดยุคหลังโควิดลดลง 20% เหลือ 60 บาท/ตร.ม.
ทาวน์เฮาส์ระดับพรีเมียมราคา 5-10 ล้านบาท เป็นเซ็กเมนต์ที่ค่าธรรมเนียมทรงตัวที่ 51-52 บาทต่อ ตร.ม. ในช่วงปี 2563-2566