ภาพรวมและแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีในประเทศไทย

ภาพรวมและแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีในประเทศไทย

มีการประกาศทิศทางของตลาดที่อยู่อาศัยระดับหรูในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ตลาดบ้านมูลค่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ยังคงมีอุปทานเพิ่มขึ้นในส่วนนี้ แม้ว่าโดยทั่วไปเศรษฐกิจในประเทศจะยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว

อาคารหรูหราส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตชานเมืองของกรุงเทพฯ (โซนกรุงเทพตะวันออก โซนตะวันตก โซนเหนือ) ซึ่งยังคงมีที่ดินขนาดใหญ่รอการพัฒนาและจุดเปลี่ยนการคมนาคมขนส่งที่ดี ทำให้เข้าถึงศูนย์กลางธุรกิจได้สะดวก ในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 มีการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร 945 ฉบับสำหรับโครงการที่อยู่อาศัยราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป

3 อันดับแรกอยู่ในช่วงราคา 10-20 ล้านบาท (47%) รองลงมาคือช่วงราคา 21-30 ล้านบาท (27%) และระดับราคาสูงกว่า 50 ล้านบาท (10%)

ในด้านความต้องการ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 พบว่า 17,283 หน่วย จากทั้งหมด 20,794 หน่วย ถูกขายในเซ็กเมนต์ 10 ล้านบาทขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 83 อัตราการขายเพิ่มขึ้น 6% ตั้งแต่สิ้นปี 2564 และเพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (69%) โดยในช่วงครึ่งปีแรกพบว่ามีการขายบ้านใหม่รวม 1,944 หลัง

ความต้องการบ้านราคาระหว่าง 10 ล้านถึง 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 9,813 ยูนิต รองลงมาคือบ้านราคาระหว่าง 21 และ 30 ล้านบาท และ 31 ล้านและ 40 ล้านบาท โดยมีความต้องการ 3,098 ยูนิต และ 2,278 ยูนิตตามลำดับ

ส่วนยอดขายสูงสุดคือบ้านราคาสูงกว่า 100 ล้านบาท เนื่องจากอุปทานมีจำนวนจำกัด - อัตราขายสูงสุดที่ 91% รองลงมาคือบ้านระหว่าง 41 ถึง 60 ล้านบาท (อัตราขาย 90%) ในขณะที่บ้านราคาอยู่ระหว่าง 61 ล้านบาท และ 70 ล้านบาท มีความต้องการต่ำที่สุด

ที่นิยมมากที่สุดคือบ้านราคาตั้งแต่ 10 ถึง 20 ล้านบาท

ในขณะที่ผู้ซื้อต่างชาติที่สนใจมากที่สุดคือชาวจีนที่แต่งงานกับคนไทย พวกเขาซื้อบ้านผ่านตัวแทนและในนามของนิติบุคคล ผู้ซื้อเหล่านี้ยังมีสภาพคล่องและรายได้สูง และส่วนใหญ่ซื้อด้วยเงินสดประมาณ 80%

สถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีมีแนวโน้มดีขึ้นด้วยราคาตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป

แชร์
สมัครรับจดหมายข่าว
สมัครรับข่าวสาร