ยอดฝากขายบ้านมือสองพุ่ง 9.9 แสนล้าน

ยอดฝากขายบ้านมือสองพุ่ง 9.9 แสนล้าน

วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารและรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยมือสอง ไตรมาส 4 ปี 2564 มีแนวโน้มขยายตัว เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยได้รับอิทธิพลจากมาตรการสนับสนุนของรัฐบาล ได้แก่ การลดค่าธรรมเนียมการโอนอสังหาริมทรัพย์และอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยและคอนโดมิเนียมสูงสุด 3 ล้านบาท ซึ่งใช้กับอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายต่อด้วย มาตรการจะมีผลจนถึงสิ้นปี 2565 นอกจากนี้ ธปท. ปรับ LTV ลงชั่วคราว 100% จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ดังนั้นตลาดที่อยู่อาศัยรองจึงคาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องในปี 2565

ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 (ตุลาคม - ธันวาคม) มียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 145,753 แห่ง และมูลค่าเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 990,224 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% และ 14.8% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 3 ปี 2564 ในเดือนพฤศจิกายน 2564 มีการขายอสังหาริมทรัพย์ 149,529 แห่งในราคา 1,061,435 ล้านบาท ในขณะที่ทั้งปี 2564 มียอดขายเฉลี่ยต่อเดือน 126,237 อสังหาริมทรัพย์ มูลค่าเฉลี่ยต่อเดือน 855,317 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 4 ปี 2564 (เทียบกับไตรมาสที่ 3 ของปีเดียวกัน) มีบ้านขายเพิ่มขึ้น 14.4% ทาวน์เฮาส์เพิ่มขึ้น 12.5% คอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 11% บ้านแฝดเพิ่มขึ้น 5.1% และอาคารพาณิชย์ 4%

ในแง่ของมูลค่า ทาวน์เฮาส์ที่มีอยู่เพิ่มขึ้น 18.1% ตามด้วยบ้านเดี่ยวซึ่งเพิ่มขึ้น 16.8% บ้านแฝดเพิ่มขึ้น 16.1% คอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 12% แต่ต้นทุนอาคารพาณิชย์ลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

10 จังหวัดที่มียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนสูงที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ภูเก็ต นนทบุรี สมุทรปราการ ชลบุรี เชียงใหม่ ปทุมธานี สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ และสมุทรสาคร

ในกรุงเทพฯ มูลค่าเฉลี่ยต่อเดือนของทรัพย์สินที่ซื้อไปขายต่อคือ 616,614 ล้านบาท หรือคิดเป็น 62.3% ของมูลค่ารวมในประเทศ ปริมาณการขายเฉลี่ยต่อเดือนคือ 60,269 ออบเจ็กต์ คิดเป็น 41.3% ของปริมาณการขายในประเทศ

แชร์
สมัครรับจดหมายข่าว
สมัครรับข่าวสาร