
สมาคมคอนโดมิเนียมไทยวิเคราะห์ข้อมูลปี 2565 และถือเป็นปีที่ดีสำหรับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ในปี 2566 มูลค่าการซื้อขายรวมในตลาดอสังหาริมทรัพย์คาดว่าจะสูงถึง 450 พันล้านบาท ก่อนการระบาดของ COVID-19
การฟื้นตัวจากปัจจัยบวกหลายประการรวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ การเปิดตัววีซ่าผู้พำนักระยะยาว (LTR) และความเป็นไปได้สำหรับผู้ถือวีซ่าในการซื้อที่ดินภายใต้เงื่อนไขบางประการและการเปิดประเทศจีนที่คาดว่าจะได้รับในปีหน้าจะเป็นแรงผลักดันสำคัญในการสนับสนุนการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของตลาดอสังหาริมทรัพย์ของไทย
คาดว่าในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังจากการแนะนำวีซ่าพำนักระยะยาว ผลกระทบของกลยุทธ์นี้ต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมองเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะในตลาดบ้านที่มีราคาตั้งแต่ 10 ถึง 20 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับการลงทุนที่เหมาะสมในการขอวีซ่า LTR เชื่อกันว่าครอบครัวหนึ่งจะนำรายได้เฉลี่ยมาสู่ประเทศ 80 ล้านบาทในระยะเวลา 10 ปี
ปัจจุบันชาวต่างชาติสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอาคารอพาร์ตเมนต์ได้ไม่เกิน 49% แต่คาดว่าตลาดคอนโดมิเนียมจะฟื้นตัวตามการกลับมาของนักลงทุนจีน ซึ่งจะส่งผลต่อตลาดคอนโดมิเนียมในภูเก็ตและพัทยาโดยเฉพาะ
ในขณะที่ผู้ซื้อชาวรัสเซียกลับมาอย่างแข็งขันแล้ว เนื่องจากปัญหาการเมืองทำให้หลายคนอยากย้ายมาอยู่เมืองไทย
ปัจจุบันส่วนแบ่งลูกค้าต่างชาติที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 5-7% ลดลงจากระดับสูงสุดก่อนหน้านี้ที่ 20% ในปี 2561 แต่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 10% ในปีหน้า ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักใน ตลาดอสังหาริมทรัพย์และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม