
ในกรุงเทพฯ มีเพียง 31,477 ยูนิตที่จดทะเบียนขายในไตรมาสแรกของปี 2565 เพิ่มขึ้น 227.5% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2564 โดยมียอดจดทะเบียนรวม 9,611 ยูนิต
20,536 ยูนิตเป็นอพาร์ตเมนต์ในคอนโดมิเนียม และ 10,941 ยูนิตเป็นบ้านส่วนตัวและทาวน์เฮาส์
ณ สิ้นปี 2564 ยังคงมีการขาย 164,951 ยูนิต ในไตรมาสแรกของปี 2565 ยังคงอยู่ 172,244 เพิ่มขึ้น 4.42%
มีแผนที่จะเปิดโครงการคอนโดมิเนียมเป็นหลักเนื่องจากราคาที่ดินสูง อย่างไรก็ตาม อาคารแนวราบยังคงได้รับความนิยมจากผู้ซื้อ ขายได้ประมาณ 30,443 ยูนิตในไตรมาสแรกของปี 2565
คอนโดมิเนียมเป็นที่ต้องการใน 2 ประเภท คือ สูงถึง 1.5 ล้านบาท และในกลุ่มลักชัวรี
6 ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่
- อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
- เศรษฐกิจยังไม่พ้นวิกฤต Covid-19
- รายได้ผู้จ้างงานภาคบริการและการท่องเที่ยวฟื้นตัวช้า
- หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง ประมาณ 90% ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ทำให้ผู้มีรายได้น้อยและปานกลางเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก
- ต้นทุนการก่อสร้างยังคงเพิ่มขึ้น ราคาอาคารใหม่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
- นักลงทุนต่างชาติยังเดินทางกลับประเทศไม่เต็มที่